ธุรกิจและบริการ
ตัวแทนขายหน่วยลงทุน
 

ตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน 

 

 

บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) อย่างเป็นทางการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมทั้งสิ้น 18 แห่ง สามารถซื้อขายได้ทุกกอง ทั้ง LTF, RMF, EQ และอื่นๆ

 

โดยรายชื่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทันที่ทำการซื้อขายได้ มีดังต่อไปนี้

< คลิกที่โลโก้บริษัทเพื่อตรวจสอบรายละเอียดกองทุนรวมของแต่ละบลจ. >
 

 

บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

 


บลจ.กรุงศรี จำกัด

 




บลจ.กสิกรไทย จำกัด

 


บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด

 

 



บลจ.โซลาริส จำกัด


บลจ.ทหารไทย จำกัด

 


   

บลจ.ทิสโก้ จำกัด

บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด

 



บลจ.ธนชาต จำกัด


บลจ.ฟินันซ่า จำกัด

 



บลจ.ภัทร จำกัด


บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด

 



บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด

บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด

 



บลจ.วรรณ จำกัด

บลจ.แอสเซท พลัส จำกัด

 

Aberdeen Asset Management Logo

บลจ.อเบอร์ดีน จำกัด

Maybank Asset Management

บลจ.กิมเอ็ง


คลิก "บริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)"
 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน
ติดต่อ :  ทีม Wealth Advisor  โทร.  02-680-5000 ต่อ 5031 หรือ
http://www.asiawealth.co.th/th/selling_agents.php

 

 

        

 

ทำไมต้องลงทุนในกองทุนรวม ?

 

“กองทุนรวม” หมายถึง เครื่องมือการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ระดมได้ไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ ตามนโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายแก่ผู้ลงทุน โดยผู้ลงทุนจะได้รับ “หน่วยลงทุน” เป็นหลักฐานยืนยันฐานะความเป็นเจ้าของในเงินที่ตนได้ลงทุนไป ซึ่งประโยชน์ของการลงทุนในกองทุนรวมแบ่งออกเป็น 3 ข้อ

  1. มีมืออาชีพดูแลและตัดสินใจลงทุนแทนคุณ บริษัทจัดการกองทุนต่างๆ จะมีทีมงานที่มีความรู้ความชำนาญในการลงทุน ทำหน้าที่ติดตามข่าวสารและตัดสินใจลงทุนแทนคุณ

  2. ช่วยในการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากการลงทุนในกองทุนรวมเป็นการระดมทุนจากผู้ลงทุนรายย่อยหลายๆ ราย ทำให้เงินที่แต่ละคนนำมารวมกันมีจำนวนมากพอที่จะกระจายการลงทุนได้อย่างเหมาะสม

  3. มีกลไกปกป้องผู้ถือหน่วยลงทุน โดยผ่านทางสำนักงาน ก.ล.ต. ที่เป็นผู้กำกับดูแล และกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับธุรกิจจัดการลงทุน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน และยังมีผู้ดูแลผลประโยชน์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน ในการรักษาผลประโยชน์ต่างๆ ของผู้ถือหน่วย เช่น การดูแลตรวจสอบการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน หรือการสอบทานความถูกต้องของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม

  4. ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ตัวผู้ลงทุน (ผู้ถือหน่วยลงทุน) จะได้รับ แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

    • ลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป “เงินได้จากการขายหน่วยลงทุน” จะได้รับยกเว้นภาษี แต่หากเป็นเงินได้จาก “เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไร” จะยังคงมีภาระภาษีโดย จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนมีสิทธิเลือกที่จะนำเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวมไปรวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปีหรือไม่ก็ได้ แต่จะไม่สามารถนำมาเครดิตภาษี

    • ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้ สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ตามจริง ไม่เกินกองละ 15% ของเงินได้พึงประเมิน (เงินได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท  โดยในส่วนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพต้องนำไปรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่นายจ้างหักและนำส่งบริษัทจัดการในแต่ละปีด้วย

ที่มา : TSI.com